แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ(เด็กอายุ 6-11 ปี) back

ความหมายของความฉลาดทางอารมณ์

          ความฉลาดทางอารมณ์   หมายถึง  ความสามารถในการรู้จัก  เข้าใจและควบคุมของตนได้สอดคล้องกับวัย  มีการประพฤติปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสมและมีความสุข  ความฉลาดทางอารมณ์เป็นคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ทั้งความคิด  อารมณ์  และพฤติกรรม  

การประเมินความฉลาดทางอารมณ์  

          จะช่วยให้ได้ทราบถึงจุดดีจุดเด่นของลักษณะความฉลาดทางอารมณ์ที่ควรส่งเสริม  และจุดอ่อนที่ควรพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป  รวมทั้งสามารถใช้ในการติดตามเพื่อดูพัฒนาการทางอารมณ์ว่ามีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใดเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

การประเมินความฉลาดทางอารมณ์เด็ก  ประเมินคุณลักษณะ 3 ด้าน คือ

          1.  ด้านดี  เป็นความพร้อมทางอารมณ์ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น  โดยประเมินจากการรู้จักอารมณ์  การมีน้ำใจ  และการรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด

          2.  ด้านเก่ง  คือ ความพร้อมที่จะพัฒนาตนไปสู่ความสำเร็จ  โดยประเมินจากความกระตือรือร้น/สนใจใฝ่รู้  การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง  และการกล้าพูดกล้าแสดงออก

          3.  ด้านสุข  คือ ความพร้อมทางอารมณ์ที่ทำให้เกิดความสุข  โดยประเมินจากการมีความพอใจ  ความอบอุ่น  และความสนุกสนานร่าเริง

          ความฉลาดทางอารมณ์  ประเมินได้โดยการตอบข้อความที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรมของเด็กที่แสดงออกในลักษณะต่างๆ ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา  แม้ว่าบางประโยคอาจจะไม่ตรงกับที่เด็กเป็นอยู่ก็ตาม  ขอให้ท่านเลือกคำตอบที่ใกล้เคียงกับที่เด็กเป็นอยู่จริงมากที่สุด  การตอบความเป็นจริงและตอบทุกข้อจะทำให้ท่านรู้จักเด็กและหาแนวทางในการพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้นได้

          มีคำตอบที่เป็นไปได้ 4 คำตอบ สำหรับข้อความแต่ละประโยคคือ ไม่เป็นเลย  เป็นบางครั้ง  เป็นบ่อยครั้ง  เป็นประจำ  การประเมินให้ใช้ความรู้สึกของผู้ประเมินเป็นหลัก  แต่กรณีที่ไม่แน่ใจให้ใช้เกณฑ์ต่อไปนี้เป็นแนวทางในการประเมิน

                    ไม่เป็นเลย       หมายถึง         ไม่เคยปรากฏ

                    เป็นบางครั้ง     หมายถึง         นานๆ ครั้ง หรือทำบ้างไม่ทำบ้าง

                    เป็นบ่อยครั้ง     หมายถึง         ทำบ่อยๆ หรือเกือบทุกครั้ง

                    เป็นประจำ       หมายถึง         ทำทุกครั้งเมื่อเกิดสถานการณ์นั้น

การประเมินมีข้อพึงระวังดังนี้

          1.  ผู้ตอบแบบประเมินจะต้องรู้จักหรือคุ้นเคยกับเด็กเป็นอย่างดีไม่น้อยกว่า 6 เดือน  เพื่อจะได้มีโอกาสให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กได้อย่างละเอียดและถูกต้อง

          2.  ผู้ตอบแบบประเมิน  ต้องตอบตามที่เด็กเป็นอยู่จริง

          3.  ถ้าผู้ตอบมีความรู้ต่ำกว่า ป.6 ควรใช้วิธีการสัมภาษณ์โดยผู้ที่นำแบบประเมินไปใช้

          4.  ไม่ควรนำผลการประเมินไปเปรียบเทียบกับเด็กอื่น  ว่ากล่าวตำหนิเด็ก  หรือใช้เป็นข้อตัดสินในการคัดเลือกเด็กในโอกาสต่างๆ  

             ข้อความต่อไปนี้เป็นการอธิบายถึงอารมณ์  ความรู้สึกพฤติกรรมของเด็กในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา 

โปรดใส่เครื่องหมาย “ / ” ในช่องที่ท่านคิดว่าตรงกับตัวเด็กมากที่สุด  มีคำตอบที่เป็นไปได้ 4 คำตอบ  สำหรับข้อความแต่ละประโยคคือ  ไม่เป็นเลย  เป็นบางครั้ง  เป็นประจำ

 

 

ไม่เป็นเลย

เป็นบางครั้ง

เป็นบ่อยครั้ง

เป็นประจำ

คะแนน

1.

ไม่ใช้กำลังเวลาโกรธหรือไม่พอใจ

 

 

 

 

 

2.

รู้จักรอคอยเมื่อยังไม่ถึงคราวหรือเวลาของตน

 

 

 

 

 

3.

ยับยั้งที่จะทำอะไรตามอำเภอใจของตนเอง

 

 

 

 

 

4.

ต้องการอะไรต้องได้ทันมี

 

 

 

 

 

5.

เมื่อมีอารมณ์โกรธ ต้องใช้เวลานานกว่าจะหายโกรธ

 

 

 

 

 

6.

หมกมุ่นกับการเล่นมากเกินไป

 

 

 

 

 

7.

ชี้แจงเหตุผลแทนการใช้กำลัง

 

 

 

 

 

 

รวมข้อ 1-7

 

8.

ช่วยปกป้อง ดูแล และช่วยเหลือเด็กที่เล็กกว่า

 

 

 

 

 

9.

เห็นอกเห็นใจเมื่อผู้อื่นเดือดร้อน

 

 

 

 

 

10.

ใส่ใจหรือรู้ว่าใครชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

 

 

 

 

 

11.

เป็นที่พึ่งได้เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ

 

 

 

 

 

12.

ระมัดระวังที่จะไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเสียใจ

 

 

 

 

 

13.

ไม่ช่วยเหลือหรือไม่หึความร่วมมือกับผู้อื่น

 

 

 

 

 

14.

รู้จักให้กำลังใจผู้อื่น

 

 

 

 

 

15.

รู้จักรับฟังผู้อื่น

 

 

 

 

 

16.

รู้จักแสดงความห่วงใยผู้อื่น

 

 

 

 

 

รวมข้อ 8-16

 

17.

มักสารภาพเมื่อทำผิด

 

 

 

 

 

18.

ไม่ชอบแกล้งเพื่อน

 

 

 

 

 

19.

ยอมรับว่าผิดเมื่อถูกถาม

 

 

 

 

 

20.

เมื่อทำผิด มักแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

 

 

21.

ยอมรับกฎเกณฑ์ เช่น ยอมรับการลงโทษเมื่อทำผิด

 

 

 

 

 

22.

รู้จักขอโทษ

 

 

 

 

 

23.

ยอมรับคำตำหนิหรือตักเตือนเมื่อทำผิด

 

 

 

 

 

รวมข้อ 17-23

 

24.

มีความตั้งใจเมื่อทำสิ่งต่างๆ ที่สนใจ

 

 

 

 

 

25.

มีสมาธิในการทำงาน เช่น อ่านหนังสือได้นานๆ

 

 

 

 

 

26.

พยายามทำงานที่ยากให้สำเร็จได้ด้วยตนเอง

 

 

 

 

 

27.

สนุกกับการแก้ปัญหายากๆ หรือท้าทาย เช่น ปัญหาการบ้าน  ของเล่นที่แปลกๆ ใหม่ๆ

 

 

 

 

 

28.

เฉื่อยชา ไม่สนใจที่จะทำงานให้สำเร็จ

 

 

 

 

 

29.

บ่นหรือต่อรองว่างานต่างๆ ยากเกินกว่าที่จะทำได้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลงมือทำ

 

 

 

 

 

30.

ทำงานต่อไปจนเสร็จแม้ว่าเพื่อนๆ ไปเล่นแล้วก็ตาม

 

 

 

 

 

รวมข้อ 24-30

 

31.

ไม่ท้อใจเมื่อประสบกับความผิดหวัง

 

 

 

 

 

32.

หาทางตกลงกับเพื่อนหรือเด็กคนอื่นเมื่อเกิดขัดแย้งกัน

 

 

 

 

 

33.

ไม่เอะอะโวยวายเมื่อพบปัญหาหรือความยุ่งยาก

 

 

 

 

 

34.

รู้จักรอจังหวะหรือรอคอยเวลาที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา

 

 

 

 

 

35.

เมื่อมีปัญหา จะคิดหาวิธีแก้หลายๆ ทาง

 

 

 

 

 

36.

ร่วมกิจกรรมที่ตนไม่ชอบ หรือไม่ถนัดกับผู้อื่นได้

 

 

 

 

 

รวมข้อ 31-36

 

37.

ทักทายหรือทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่

 

 

 

 

 

38.

กล้าแสดงความสามารถที่มีอยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก

 

 

 

 

 

39.

กล้าซักถามข้อสงสัย

 

 

 

 

 

40.

เมื่อถูกถาม ใช้วิธีนิ่งเฉย แทนการตอบว่าไม่รู้

 

 

 

 

 

41.

มักจะใช้ข้ออ้างเมื่อไม่กล้าทำอะไร

 

 

 

 

 

42.

ไม่กล้าออกความเห็นเมื่ออยู่กับผู้อื่น

 

 

 

 

 

รวมข้อ 37-42

 

43.

เล่าถึงความสำเร็จของตนให้ผู้ใหญ่ฟัง

 

 

 

 

 

44.

ไม่อายในสิ่งที่ตนมีอยู่ เช่น ฐานะบ้าน อาชีพของพ่อแม่ รูปร่างหน้าตา ความสามารถของตนเอง ฯลฯ

 

 

 

 

 

45.

ภูมิใจที่ตนเองมีจุดดีหรือความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น เรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง เล่นดนตรีได้

 

 

 

 

 

46.

ภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ เช่น ดูแลน้อง ดูแลสัตว์เลี้ยง ช่วยเหลืองานผู้ใหญ่

 

 

 

 

 

47.

น้อยใจง่าย

 

 

 

 

 

48.

รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สู้คนอื่นไม่ได้

 

 

 

 

 

รวมข้อ 43-48

 

49.

พอใจกับผลการเรียนที่ได้

 

 

 

 

 

50.

เมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็รู้จักยอมรับสิ่งทดแทนอย่างอื่นได้

 

 

 

 

 

51.

แม้เกมหรือกีฬาแพ้ก็ไม่เสียใจนาน

 

 

 

 

 

52.

แม้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นก็เรียกร้องที่จะเอาให้ได้ตามที่ต้องการ

 

 

 

 

 

53.

หงุดหงิดอยู่นานเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

 

 

 

 

 

54.

เมื่อทำอะไรไม่ได้ตามต้องการจะผิดหวังมาก  เช่น บ่น
คร่ำครวญ หรือซึม

 

 

 

 

 

รวมข้อ 49-54

 

55.

มีอารมณ์ขัน

 

 

 

 

 

56.

เล่นสนุกสนานหรือล้อเล่นกันสนุกๆ ได้

 

 

 

 

 

57.

เมื่ออยู่คนเดียวก็รู้จักหาสิ่งมาทำให้ตนเองเพลิดเพลินได้

 

 

 

 

 

58.

รู้จักผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการดูหนัง ฟังเพลง เล่นสนุก วาดรูป พูดคุยกับเพื่อน

 

 

 

 

 

59.

เป็นคนแจ่มใส ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย

 

 

 

 

 

60.

สนุกกับการแข่งขันแม้จะรู้ว่าไม่ชนะ

 

 

 

 

 

รวมข้อ 55-60

 

การให้คะแนน  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

   กลุ่มที่ 1 ให้คะแนนแต่ละข้อดังนี้                                     กลุ่มที่ 2 ให้คะแนนแต่ละข้อดังนี้

ไม่เป็นเลย       ให้      1        คะแนน                              ไม่เป็นเลย       ให้      4        คะแนน

เป็นบางครั้ง     ให้      2        คะแนน                              เป็นบางครั้ง     ให้      3        คะแนน

เป็นบ่อยครั้ง     ให้      3        คะแนน                              เป็นบ่อยครั้ง     ให้      2        คะแนน

เป็นประจำ       ให้      4        คะแนน                              เป็นประจำ       ให้      1        คะแนน

กลุ่มที่ 1 ได้แก่ข้อ                                                                    กลุ่มที่ 2 ได้แก่ข้อ

1

2

3

7

8

9

10

11

12

14

15

16

17

18

 

4

5

6

13

20

19

21

22

23

24

25

26

27

30

31

32

33

34

35

 

28

29

40

41

42

36

37

38

39

43

44

45

46

49

50

51

55

56

57

 

47

48

52

53

54

58

59

60

 

 การแปลผล

          เมื่อให้คะแนนครบทุกข้อแล้ว  ให้รวมคะแนนในแต่ละด้านย่อยทั้ง 9 แล้วนำคะแนนในแต่ละด้านมาใส่ในช่องผลรวมของคะแนนในกราฟความฉลาดทางอารมณ์ หลังจากนั้นให้นำคะแนนที่ได้ไปทำเครื่องหมาย x ลงบนเส้นประในกราฟความฉลาดทางอารมณ์แล้วลากเส้นเชื่อมระหว่างเครื่องหมาย x ให้ต่อกัน  แล้วพิจารณาดูว่ามีคะแนนในด้านใดที่สูงหรือต่ำกว่าช่วงคะแนนของเด็กส่วนใหญ่

กราฟแสดงความฉลาดทางอารมณ์

 

องค์ประกอบความฉลาดทางอารมณ์

การวมคะแนน

ผลรวมของคะแนน

 

 

 

 

 

 

 

แนวทางการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์เด็กอายุ 6-11 ปี ในด้านต่างๆ

ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กควรทำสิ่งเหล่านี้ให้สม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน  เพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ให้กับเด็ก

1.  ด้านดี

          1.1  ควบคุมอารมณ์  ผู้ใหญ่ควรสอนเด็กว่าอารมณ์ที่ไม่ดี  เช่น  โกรธ  ไม่พอใจนั้น  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้  แต่ต้องรู้จักควบคุมเพราะหากไม่ควบคุมจะเกิดผลเสียติดตามมา  เช่น  โกรธแล้วทำร้ายคนอื่น  หรือทำลายข้าวของ  ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง  เมื่อเด็กต้องเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอารมณ์นั้น  ให้เด็กรู้จักชะลอความพลุ่งพล่าน  โดยหันไปสนใจเรื่องอื่นหรือนับ 1-10หากเด็กควบคุมอารมณ์ของตนเองได้  ผู้ใหญ่ควรชมเชยว่าเป็นคนเก่งเพื่อให้เด็กภูมิใจที่ควบคุมตนเองได้  ถ้าในสถานการณ์นั้นเด็กยังควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้  ให้เด็กเดินเลี่ยงไปก่อน  หลังจากนั้นให้เด็กรู้จักระบายอารมณ์ในทางที่เหมาะสม  เช่น  เตะบอล  วิ่งรอบบ้าน  เป็นต้น 

          1.2  ใส่ใจและเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น  ผู้ใหญ่ควรฝึกให้เด็กรู้จักรับฟังผู้อื่น  และกล่าวให้กำลังใจหรือปลอบใจผู้อื่นเวลาที่เขาไม่สบายใจ  เพราะการรับฟังผู้อื่นจะทำให้รู้ว่าผู้อื่นคิดอย่างไร  เข้าใจคนอื่นมากขึ้น  มีเพื่อนมากขึ้น  เหมือนกับการผูกมิตรต้องผูกที่ใจ

          1.3  ยอมรับผิด  เมื่อเด็กทำผิด ผู้ใหญ่ควรบอกเด็กว่าเด็กทำอะไรผิด  ทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร  ให้โอกาสเด็กชี้แจงเหตุผล  ส่วนเกณฑ์ในการลงโทษเป็นเรื่องที่ตกลงกันว่าจะยอมรับโทษมากน้อยเพียงใด  แต่ทั้งนี้พยายามหลีกเลี่ยงการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี  เช่น  อาจลงโทษโดยการตัดค่าขนม  งดออกไปเล่นนอกบ้านกับเพื่อนชั่วคราว  งดดูรายการทีวีหรือเล่นเกม  เป็นต้น  ถ้าเด็กยังไม่รู้สำนึก  อาจใช้การตีเตือนให้รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง  เป็นการหยุดพฤติกรรม  แต่ไม่ใช้การตีเพื่อระบายความโกรธหรือเสียหน้าของผู้ใหญ่

2.  ด้านเก่ง

          2.1  มุ่งมั่นพยายาม  ผู้ใหญ่ควรสอนเด็กให้มีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้นานขึ้นและทำให้สำเร็จ  เช่น  การอ่านหนังสือหรือการทำการบ้าน  โดยอาจพูดว่า  “ตั้งใจอ่านนะลูก”  หรือ  “ทำให้สำเร็จนะลูก” หรือสอนให้เด็กให้กำลังใจตัวเอง  เช่น  “เกือบจะเสร็จแล้ว”  “ทนอีกนิด”  เป็นต้น  ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการฝึกให้เด็กมีสมาธิอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้นานขึ้นและทำจนสำเร็จ

          2.2  ปรับตัวต่อปัญหา  การฝึกให้เด็กแก้ไขปัญหาจะทำให้เด็กพึ่งตนเองได้  ผู้ใหญ่ควรให้เด็กมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง  สอนว่าการแก้ปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย  หัดให้เด็กหาสาเหตุของปัญหา  หาทางออกของปัญหาหลายๆ ทาง  และเลือกทางออกที่มีผลเสียต่อตนเองและผู้อื่นน้อยที่สุด

          2.3  กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม  ผู้ใหญ่ควรเปิดโอกาสให้เด็กพูดถึงความรูสึกและความคิดเห็นหรือความสามารถของตนเอง  กระตุ้นหรือสนับสนุนเมื่อเด็กมีท่าทีต้องการการแสดงออกและความชื่นชม  จะทำให้เด็กมีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

3.  ด้านสุข

          3.1  พอใจในตนเอง  ผู้ใหญ่ควรยกย่องชมเชยเมื่อเด็กทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จ  เพื่อให้เด็กรู้สึกภูมิใจว่าตนเองมีความสามารถและรู้สึกมีคุณค่า  หากเดรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย  สู้คนอื่นไม่ได้  ผู้ใหญ่ควรให้กำลังใจว่าแต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัวแตกต่างกันไป  ไม่มีใครที่เก่งเหมือนกับคนอื่นหมดทุกอย่าง  อย่างเช่นหนูมีความสามารถเด่นในเรื่อง....หนูควรภูมิใจในความสามารถที่หนูมีอยู่

          3.2  รู้จักปรับใจ  ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กรู้จักปรับใจ  โดยเมื่อเด็กรู้สึกผิดหวัง  ผู้ใหญ่ควรตั้งคำถามเพื่อให้เด็กทำความเข้าใจกับปัญหา  ได้คิด  และรู้จักทำใจบ้าง  เช่น  ถามว่า  ถ้าไม่ได้เกมกดแล้วเสียอะไรบ้าง  ถ้าเสียความสนุกสนานจะหาความสนุกสนานจากสิ่งอื่นทดแทนได้หรือไม่  หรืออาจจะให้เด็กรู้จักชะลอเวลาที่จะได้สิ่งที่ต้องการ  เช่น  ให้สะสมเงินค่าขนมเพื่อซื้อของเล่น  เป็นต้น

          3.3  รื่นเริงเบิกบาน  เวลาที่เด็กอารมณ์ไม่ดี  ผู้ใหญ่ควรแนะนำให้เด็กรู้จักผ่อนคลายอารมณ์ของตนเอง  เช่น  อ่านการ์ตูนขำขัน  หนังหรือฟังเพลงที่สนุกครึกครื้น  วาดรูป  พูดคุยหรือเล่นสนุกสนานกับเพื่อน  เป็นต้น  หรือพ่อแม่อาจหาสิ่งที่เด็กชอบเล่นแล้วสนุกสนาน  ให้ทำในยามว่างเพื่อความสุขร่วมกัน